HIGHLIGHTS : 

  • UV Index หรือ ดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นการวัดการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลต ในพื้นที่หรือเวลานั้น ๆ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดา
  • UV Index เมืองไทย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 11 – 12 มาตลอด 8-9 ปี ซึ่งอยู่ในระดับความรุนแรงที่สูงมาก 
  • แพทย์แนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และมีค่า PA 3+ ขึ้นไป เป็นประจำทุกวันทั้งใบหน้าและผิวกาย เพื่อสุขภาพผิวในระยะยาว
iTopPlus283448068961

ข่าวตื่นตูมในโลก Social บอก UV Index เมืองไทยอยู่ในขั้นอันตรายขีดสุด โดยเฉพาะเดือนเมษายน เป็นเดือนน่ากลัวที่สุด ต้องระวังไว้

UV Index หรือ ดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นการวัดมาตรฐานระดับสากลของการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลต ในพื้นที่หรือเวลานั้น ๆ ซึ่งได้รับการพัฒนาจากสมการเชิงเส้น โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดาในปี พ.ศ. 2535 และได้นำมาปรับใช้ใหม่โดยองค์การอนามัยโลก และ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ของสหประชาชาติ ใน พ.ศ. 2537 ทำให้ปัจจุบันได้เป็นมาตรฐานในการพยากรณ์อากาศประจำวัน และ การพยากรณ์อากาศในรายชั่วโมง

UV Index ไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เพิ่งมี และในประเทศไทยเองก็มีกรมอุตุนิยมวิทยาที่คอยรายงานระดับของ UV Index ตามจังหวัดที่สำคัญมานานเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ ใครอยากเข้าไปดูเวปไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา สามารถคลิกไปดูได้ทาง UV Index Thailand ที่จะอัพเดทข้อมูลทุกๆ 5 วัน

UV Index สีสัญลักษณ์/ ระดับความแรงการป้องกัน
0–2.9สีเขียว
“ความรุนแรงต่ำ”
  • สวมแว่นกันแดด ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ใช้ สารกันแดด หากมีพื้นมีหิมะ ซึ่งจะทำให้เกิดการหักเหของรังสียูวี (ในบางประเทศ)
3–5.9สีเหลือง
“ความรุนแรงปานกลาง”
  • ควรปกปิดผิวด้วยเสื้อผ้า หากต้องอยู่กลางแจ้ง ให้หลีกเลี่ยงในช่วงเที่ยงวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีแสงมากที่สุด
6–7.9สีส้ม
“ความรุนแรงสูง”
  • ปกปิดผิวด้วยเสื้อผ้ากันแดด ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 30 และ PA มากกว่า 3+  สวมหมวก อยู่กลางแจ้งให้น้อยกว่า 3 ชั่วโมง สวมแว่นกันแดด
8–10.9สีแดง
“ความรุนแรงสูงมาก”
  • ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 30 และ PA มากกว่า 3+ สวมเสื้อผ้ากันแดด สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง และไม่อยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
11+สีม่วง
“ความรุนแรงสูงจัด”
  • ควรระมัดระวังอย่างมาก โดยใช้ครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 30 และ PA มากกว่า 3+ สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว สวมแว่นกันแดด สวมหมวกที่สามารถปกปิดได้มิดชิด และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานกว่า 3 ชั่วโมง

เราไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกมากไป เพราะ UV Index เมืองไทยสูงมานานแล้ว UV Index ของไทยทะลุระดับ Extreme ที่ 12 – 14 ในหลายๆ วันของแต่ละเดือน และค่าเฉลี่ยของ UV Index ในประเทศไทยอยู่ที่ 11 – 12 มาตลอด 8-9 ปี

และผู้ที่ผิวหนังเกรียมแดด (sun burn) จากการได้รับแสงแดดติดต่อกันประมาณ 15-20 นาที ในระยะยาว มีความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับดวงตา และแสงแดดจะทำลาย DNA ที่ผิวหนังทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังได้

สรุปว่า รู้ช้าดีกว่าไม่รู้นะคะ ท้ายที่สุดเราควรดูแลผิวตัวเอง ด้วยการใช้ครีมกันแดดซึ่งแพทย์แนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และมีค่า PA 3+ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวันทั้งใบหน้าและผิวกาย ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ทำงานออฟฟิต อยู่ต่างจังหวัด อยู่ชายทะเล เพราะมีปริมาณ UV Index ที่ไม่ได้แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเด็กอ่อนและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพผิวหนังอ่อนไหวหรือแพ้แสงแดด ควรหลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดระหว่างเวลา 10.00-15.00 น . หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก สามารถป้องกันด้วยการสวมหมวก สวมแว่นกันยูวี สวมเสื้อผ้าปกคลุมร่างกาย กางร่ม เพื่อสุขภาพผิวพรรณและดวงตาในระยะยาว

เมื่อผิวไหม้แดดควรทำอย่างไร

  • หากผิวไหม้แดดจนเกิดอาการแสบร้อน เราสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้โดยใช้เจลว่านหางจระเข้ หรือ After Sun Gel ที่มีส่วนผสมของสารลดการระคายเคืองทา เช้าและเย็นหลังจากมีอาการ จนอาการดีขึ้น แต่ถ้ามีอาการแสบแดงจนกังวล ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยรักษาอาการเหล่านั้น ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยี Cool Laser (เลเซอร์เย็น) และ Omnilux (เทคโนโลยีแสง Light Emitting Diodes) ลดการอักเสบของผิว และฟื้นฟูผิวไหม้แดดให้หายไวเร็วขึ้น
...ขอบคุณบทความจาก รพ.สมิติเวช