HIGHLIGHTS : 

  • เป็นการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนที่ให้ผลการรักษาเป็นที่ได้ผลดี และเป็นการรักษามาตรฐานสำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก
  • ให้ผลการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน สามารถรักษาโรคร่วมต่างๆที่เกิดกับโรคอ้วนได้
  • สามารถลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 70-80% รวมถึงสามารถรักษาเบาหวานให้หายขาดได้กรณีที่เป็นมาไม่เกิน 5 ปี
iTopPlus46264323478

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปัจจุบันได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ทุกคนคงต้องความรู้จักกับ PM 2.5 และการป้องกันมลพิษทางอากาศชนิดนี้ จะได้ไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัวโดยเฉพาะเด็กเล็ก

การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีผ่าตัด (Bariatric Surgery)

เป็นการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนที่ให้ผลการรักษาเป็นที่ได้ผลดี และเป็นการรักษามาตรฐานสำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ซึ่งไม่สามารถออกกำลังกายได้ มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือเป็นโรคอ้วนขั้นรุนแรงที่เรียกว่าโรคอ้วนทุพลภาพ

ข้อดี

  • ให้ผลการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน
  • สามารถรักษาโรคร่วมต่างๆที่เกิดกับโรคอ้วนได้เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง ไขมันพอกตับ นอนกรน หยุดหายใจตอนนอนหลับ และภาวะมีบุตรยาก เป็นต้น
  • การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนนั้นจะมุ่งแก้ปัญหาที่สาเหตุ กล่าวคือเป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะอาหาร หรือลดการดูดซึมของลำไส้
  • เมื่อผ่าตัดแล้วจะช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้ลดลง ควบคุมอาหารได้ดีขึ้น จากการที่กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลง

ปัจจุบันการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป วิธีที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันมีอยู่ 3 วิธี ได้แก่

  • การใส่ห่วงปรับขนาดรัดกระเพาะอาหาร
  • การตัดและเย็บกระเพาะอาหาร
  • การผ่าตัดกระเพาะอาหารและบายพาสลำไส้

ซึ่งสองวิธีหลังสามารถลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 70-80% รวมถึงสามารถรักษาเบาหวานให้หายขาดได้กรณีที่เป็นมาไม่เกิน 5 ปี

วิธีการผ่าตัด 

  • เป็นการผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องจึงทำให้มีแผลขนาดเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และกลับไปทำงานได้ในเวลาไม่นาน

ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนได้แก่

  1. ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 37.5
  2. ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 32.5 ร่วมกับมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
...ขอบคุณบทความจาก รพ.สมิติเวช