โรคอ้วน ทำให้เด็กเสี่ยงความดันโลหิตสูง
HIGHLIGHTS :
- เด็กอ้วนหรือเด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มีความเสี่ยงเป็นภาวะความดันโลหิตสูงมากกว่าเด็กปกติ ถึง 6 %
- นอกจากเด็กอ้วนแล้วยังมีกลุ่มเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย ผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เนื้องอกในสมอง และกลุ่มปลูกถ่ายอวัยวะ ที่มีโอกาสความดันโลหิตสูงและเป็นอันตราย
- แนวทางการรักษาความดันโลหิตสูงในเด็กมีทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา ซึ่งขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ร่วมกับการออกกำลังกายให้เหมาะสมและควบคุมอาหาร
ความดันโลหิตสูงในเด็กถือเป็นภาวะที่น่ากังวลอย่างมาก เพราะปัจจุบันพบเด็กอ้วนหรือเด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ มีภาวะความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นถึง 10.6 % ซึ่งจริงๆ แล้วความดันโลหิตสูงในเด็ก ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่เป็นเรื่องที่ยังไม่ได้รับความสนใจและพ่อแม่ยังไม่ตระหนักถึงปัญหานี้
รายงานเกี่ยวกับเด็กอ้วนที่น่าสนใจ
- ปี 2012 กรมอนามัยของไทยมีรายงานตัวเลข ดังนี้
- เด็กก่อนวัยเรียนที่อ้วนน้ำหนักเกินมีตัวเลข 10.2%
- ส่วนเด็กในวัยเรียนที่อ้วนน้ำหนักเกินพบ 17% - ปี 2014 การศึกษาของคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ในวารสารระดับนานาชาติ BMC Public Health พบว่า
- เด็กไทยมีภาวะอ้วน 20.9% เป็นเด็กผู้ชาย 30.6% เด็กหญิง 12.8% และพบว่าความดันโลหิตสูงเกือบ 4%
- เด็กอ้วนมีความเสี่ยงเป็นภาวะความดันโลหิตสูงมากกว่าเด็กปกติ ถึง 10.6 เท่า - ปี 2015-2016 เด็กอ้วนลดลง 8.2% แต่ตัวเลขยังน่ากังวล
ความสัมพันธ์ของเด็กอ้วนกับความดันโลหิตสูง
จากสถิติทั่วโลกที่ทำการศึกษาโดย Eric L. Cheung ได้ตีพิมพ์ออกมาในวารสาร Pediatrics ปี 2017 พบว่า ในโซนทวีปอเมริกา ยุโรป กลุ่มอเมริกาใต้ และกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน มีความชุกของภาวะน้ำหนักเกินผิดปกติโดยรวมถึง 39-43% โดยเป็นเด็กอ้วน 21-23% ในขณะที่เด็กเอเชียเป็นเด็กอ้วนประมาณ 10%
ความดันโลหิตของเด็ก
- ความดันโลหิตจะเพิ่มขึ้นตามอายุ และจะมีค่าเท่ากับผู้ใหญ่เมื่อเด็กมีอายุ 13 ปี
- เด็กผู้ชายจะมีค่าความดันโลหิตที่สูงกว่าเด็กผู้หญิง
- เด็กที่มีส่วนสูงมากกว่าในช่วงอายุเดียวกันก็จะมีแนวโน้มความดันโลหิตที่สูงกว่า
ความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นได้อย่างไร
มีการศึกษาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงจากภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมาจากปัจจัยของภาวะดื้ออินซูลิน ฮอร์โมนจากไขมัน เช่น เลปติน กลุ่มสารอนุมูลอิสระ และที่น่าสนใจอีกตัวคือ ฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน (Aldosterone) ซึ่งจากการศึกษาของอาจารย์ Wakako Kawarazaki ที่ตีพิมพ์เมื่อ 2016 พบว่า ในปกติฮอร์โมนอัลโดสเตอโรนมีหน้าที่ควบคุมระดับเกลือโซเดียมในร่างกาย ซึ่งมีผลต่อการควบคุมความดันของร่างกายด้วย ในภาวะอ้วนการรับรู้ต่อกลไกการขับและปรับระดับเกลือโซเดียมที่ไตในคนอ้วนจึงผิดปกติ และมีผลทำให้มีภาวะความดันโลหิตสูงผิดปกติ รวมถึงความดันในไตก็จะสูงกว่าปกติ
ความเสี่ยง เมื่อเด็กความดันโลหิตสูง
- เสี่ยงต่อเส้นเลือดหัวใจผิดปกติ เส้นเลือดเสื่อมเร็วขึ้นเหมือนกับผู้สูงอายุ หรือที่เรียกว่า เส้นเลือดแก่ตัวเร็วขึ้น
- มีแนวโน้มความเสี่ยงของภาวะฉุกเฉินต่างๆ ทั้งหัวใจ เส้นเลือดสมอง หรือแม้แต่ความเสี่ยงของภาวะไตวายเรื้อรัง
- เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ส่งผลให้สมองเกิดการขาดเลือดได้ มักมีอาการชาในบริเวณแขนขา หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่เด็ก
โรคและอาการที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดความดันโลหิตสูงในเด็กอ้วน
- สาเหตุจากโรคไต 34%
- สาเหตุจากโรคทางเดินหายใจ 20%
- สาเหตุจากโรคทางระบบประสาท 13%
- สาหตุจากการใช้ยา 13%
- ความผิดปกติจากการหายใจและขณะนอนหลับ 8%
- โรคต่อมไร้ท่อ 6%
- โรคหัวใจ 3%
กลุ่มเด็กที่ต้องตรวจคัดกรองความดันโลหิต
1.เด็กกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด
- เด็กคลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์น้อยกว่า 32 สัปดาห์
- ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรือน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติมาก
- ทารกที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือทารกในห้อง ICU
- ทารกที่ได้รับการใส่สายสวนเส้นเลือดแดงทางสะดือ
- เด็กที่มีประวัติโรคหัวใจ มีภาวะหัวใจล้มเหลว
- ผู้ป่วยเด็กที่มีความดันในสมองสูง
- กลุ่มผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง
- กลุ่มผู้ป่วยเด็กที่เคยได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก
- ผู้ป่วยเด็กที่มีประวัติโรคไต อาทิ
- ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ
- ปัสสาวะมีเลือดปน มีโปรตีนหรือไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ
- มีโรคไตอื่นๆ หรือมีโครงสร้างไตที่ผิดปกติ
- มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคไต
2.เด็กกลุ่มที่อายุมากกว่า 3 ขวบที่มีภาวะอ้วน
- เด็กที่ได้รับยาที่มีผลต่อความดันโลหิต เช่น ยาลดคัดจมูก decongestants ยากลุ่มคาเฟอีน ยาต้านการอักเสบ NSAID ยาทางเลือกเช่น ยาสมุนไพร หรืออาหารเสริมทางโภชนาการ ยาที่ใช้ในกลุ่มผู้ป่วย ADHD (stimulants เช่น Ritalin, Concerta) ยาฮอร์โมนคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์ คลายเครียดกลุ่ม TCA สารเสพติด
- เด็กที่เป็นโรคไต
- เด็กที่มีประวัติเป็นโรคเส้นเลือดแดงใหญ่ตีบ
- เด็กที่เป็นเบาหวาน
การดูแลรักษาความดันโลหิตสูงในเด็กอ้วน
แนวทางการรักษามีทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา ซึ่งขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ เบื้องต้นแพทย์จะตรวจหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากไม่พบสาเหตุแน่ชัด แพทย์จะซักประวัติครอบครัวเพิ่มเติม ซึ่งหากไม่พบสาเหตุจริงๆ แพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้
- ออกกำลังกายให้เหมาะสม ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ15-30 นาที สำหรับเด็กอาจเลือกเป็นการออกกำลังกายที่ตนเองชอบ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงและการเคลื่อนไหวมากๆ
- ควบคุมอาหาร เด็กมักชอบการรับประทานอาหารระหว่างมื้อซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เด็กอ้วน ควรควบคุมการรับประทานอาหารให้ตรงเวลาทั้ง 3 มื้อ และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล อาหารรสเค็ม หรือรับประทานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น